เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2025 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นประธานการประชุมเร่งรัดโครงการ “Green Bangkok 2030” เพื่อสรุปมาตรการเร่งด่วนและแผนปฏิบัติการระยะสั้น-กลางที่มุ่งเพิ่มพื้นที่สีเขียวและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพฯ
การประชุมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ สำนักสิ่งแวดล้อม สำนักผังเมือง สำนักการระบายน้ำ กองอำนวยการน้ำและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งตัวแทนภาคเอกชนและองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม โดยที่ประชุมเห็นชอบแนวทางสำคัญ 5 ด้านคือ การขยายพื้นที่สวนสาธารณะและ pocket parks, การเพิ่มแนวต้นไม้ริมถนนและแนวแนวตั้ง (vertical greening), โครงการหลังคาเขียวและสวนบนดาดฟ้าในอาคารสาธารณะ, การบูรณาการนโยบายจัดการขยะอินทรีย์เพื่อผลิตปุ๋ยชุมชน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลพื้นที่สีเขียว
รายละเอียดมาตรการเบื้องต้นที่ กทม. เปิดเผยในที่ประชุม ได้แก่ แผนการเพิ่มพื้นที่สีเขียวรวมกว่า 1,000 ไร่ (ประมาณ 400 เฮกตาร์) ภายในปี 2030 โดยเฉพาะการขยายพื้นที่รอบทะเลสาบสวนเบญจกิติอีกประมาณ 30 ไร่ เพื่อนำมาปรับปรุงระบบทางเดินและพื้นที่เล่นสำหรับเด็ก พร้อมทั้งตั้งเป้าปลูกต้นไม้เพิ่มเติม 300,000 ต้น ภายในปี 2027 และทดลองโครงการ pocket parks ใน 50 ชุมชนเมืองภายใน 6 เดือนข้างหน้า
ในเชิงการจัดการขยะ กทม. เสนอนโยบายเชิงปฏิบัติการที่จะขยายระบบคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยเน้นการแยกขยะอินทรีย์เพื่อส่งเข้าสู่ระบบย่อยสลายและผลิตปุ๋ยชุมชน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปริมาณขยะไปฝังกลบได้ราว 20–30% ภายในปี 2030 และสนับสนุนโครงการนำร่องโรงเรียน/ชุมชนที่สามารถผลิตปุ๋ยใช้เองเพื่อดูแลพื้นที่สีเขียวในท้องถิ่น
ข้อสรุปจากการประชุมระบุว่าการดำเนินงานจะใช้กลไกการมีส่วนร่วมจากชุมชนและภาคเอกชนเป็นหลัก โดย กทม. จะจัดงบประมาณกลางเบื้องต้นประมาณ 1,200 ล้านบาทสำหรับปีงบประมาณถัดไป เพื่อเป็นทุนสนับสนุนโครงการนำร่องและการขยายพื้นที่สีเขียว พร้อมตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามผลและรายงานความคืบหน้าเป็นรายไตรมาส
ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นระบุว่า การเพิ่มพื้นที่สีเขียวจะช่วยบรรเทาปัญหาเกาะความร้อน (urban heat island) ปรับปรุงคุณภาพอากาศโดยลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ในบริเวณรอบจุดที่ดำเนินโครงการ ขณะเดียวกันยังเพิ่มพื้นที่พักผ่อนส่งเสริมกิจกรรมทางกายและสุขภาพจิตของประชาชน รวมถึงมีบทบาทในการควบคุมน้ำหลากและเพิ่มการซึมซับน้ำในพื้นที่เมือง
กรรมวิธีตรวจวัดความคืบหน้าจะอาศัยตัวชี้วัดหลัก (KPIs) เช่น จำนวนพื้นที่สีเขียวที่เพิ่มขึ้น (เฮกตาร์/ปี), จำนวนต้นไม้ที่ปลูกและรอดตาย, การลดปริมาณขยะฝังกลบ และดัชนีคุณภาพอากาศในย่านที่ดำเนินโครงการ โดยคณะทำงานจะเผยแพร่รายงานความคืบหน้าเป็นสาธารณะทุก 3 เดือน
คำชี้แจงสั้น ๆ เกี่ยวกับคำถามที่พบบ่อย: “Green Bangkok 2030 คือ” โครงการเชิงนโยบายของกรุงเทพมหานครที่ตั้งเป้าพัฒนาเมืองให้มีพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ลดผลกระทบจากการขยายตัวของเมือง เพิ่มความสามารถในการปรับตัวต่อสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนผ่านการออกแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
บทบาทของ กทม. ในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ตามที่ระบุในแผนครั้งนี้คือการเป็นผู้ประสานงานหลัก จัดสรรงบประมาณและจัดทำมาตรการส่งเสริม รวมถึงร่วมมือกับภาคประชาสังคม เจ้าของที่ดิน และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบผลการดำเนินงานและรายงานต่อสาธารณะ
สำหรับขั้นตอนต่อไป กทม.กำหนดจัดเวทีรับฟังความเห็นสาธารณะและเปิดรับข้อเสนอจากชุมชนในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025 ที่ห้องประชุมชั้น 2 ศาลาว่าการ กทม. พร้อมเริ่มโครงการนำร่องที่เขตคลองเตยและเขตวัฒนาในเดือนหน้า ทั้งนี้ กทม. ระบุว่าจะจัดทำแผนรายละเอียดและงบประมาณปฏิบัติการภายใน 45 วันเพื่อเริ่มลงมือดำเนินการทันที
สรุปโดยสั้น: ใคร — กรุงเทพมหานคร โดยผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์; ทำอะไร — เปิดแผนเร่งเครื่องโครงการ Green Bangkok 2030 และอนุมัติมาตรการเร่งด่วน; ที่ไหน — ศาลาว่าการกรุงเทพฯ พร้อมโครงการนำร่องที่สวนเบญจกิติ เขตคลองเตย และเขตวัฒนา; เมื่อไหร่ — การประชุมหลักจัดขึ้นเมื่อ 26 ตุลาคม 2025 และเวทีรับฟังสาธารณะกำหนดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2025
